ข่าว

19/10/17

10 โครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ความรักและความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ท่าน สะท้อนผ่านการทรงงานอย่างหนักเพื่อให้ราษฎร มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นในทุกด้าน ทุกๆ เดือน ทุกๆ ปี พระองค์ท่านทรงสร้างโครงการตามพระราชดำริขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนชาวไทย ได้อยู่กันอย่างผาสุกตลอดไป

1. โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

จากคลองลัดโพธิ์ในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่แรกเริ่มเดิมทีขุดขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางลัดระหว่างลำน้ำเจ้าพระยาที่คดโค้ง เมื่อขาดการใช้งานมาเป็นเวลานานจึงมีสภาพตื้นเขิน และเมื่อถึงฤดูที่ น้ำเหนือไหลหลากหรือมีปริมาณฝนตกชุก การระบายน้ำจึงเป็นไปได้ช้า และเกิดสภาพน้ำาท่วมขังพื้นที่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) มีแนวพระราชดำริปรับปรุงคลองลัดโพธิ์โดยจัดทำเป็นโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเร่งระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเล ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากคลองที่ขุดขยายเป็นการย่นระยะทางและเวลาการไหลของน้ำในบริเวณพื้นที่กระเพาะหมู ที่แต่เดิมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องไหลอ้อมถึง 18 กิโลเมตร ก็สามารถไหลลงทะเลได้รวดเร็วขึ้น ด้วยระยะทางเพียง 600 เมตร ทั้งยังสามารถบริหารจัดการด้วยการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง และน้ำทะเลหนุนสูง 

นอกจากนี้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ยังมีศักยภาพในด้านการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ ซึ่งกรมชลประทานได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาและวิจัยประดิษฐ์กังหันไฟฟ้าพลังน้ำไหลต้นแบบขึ้นมาสองแบบ คือ แบบหมุนตามแนวแกนและแบบหมุนขวางการไหล ทั้งยังคำนึงถึงสภาพทางสังคมและชุมชน นับเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยการใช้หลักธรรมชาติเพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ประโยชน์ของการลัดน้ำของคลองลัดโพธิ์ได้สร้างความสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โครงการประตูระบายน้ำาคลองลัดโพธิ์ 
ม. 9 ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130
โทร : 0 2464 2058
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 16.00 น.
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

 

2. โครงการพัฒนาดอยตุง

“ฉันจะปลูกป่าดอยตุง” พระราชดำรัสของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ที่ในเวลาต่อมาได้ก่อตั้งเป็นโครงการพัฒนาดอยตุง  (พื้นที่ทรงงาน)  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยพระองค์ทรงได้รับ แรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ด้วยทรงสังเกตเห็นว่าชาวไทยภูเขาส่วนใหญ่ยากจนและขาดโอกาสในการดำเนินชีวิต  พระองค์จึงมีพระราชปณิธานริเริ่มทำเป็นโครงการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมป์  เพื่อขยายผลการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้มีความรู้ มีอาชีพ  สามารถเลี้ยงตัวเองได้ พร้อมกับพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เคยเสื่อมโทรมบนดอยตุงให้กลับมีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการปลูกป่าและส่งเสริมให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีจิตสำนึกและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน 

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ไม่ใช่แค่การปลูกพืชทดแทน แต่เป็นการพัฒนาที่มีความหลากหลายในการดำรงชีวิตที่ทำได้จริง โดยเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ชุมชนดอยตุงสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาดอยตุง
ศูนย์ท่องเที่ยวและบริการ สำนักงานประสานงาน โครงการพัฒนาดอยตุง อาคารอเนกประสงค์  พระตำหนักดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57000 
โทร : 0 5376 7015-7
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น.
เว็บไซต์ : www.doitung.com , www.doitung.org
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี 

 

3. โครงการชั่งหัวมัน

บ้านไร่ของในหลวงแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งโครงการตามแนวพระราชดำริที่เกิดขึ้นจากความเอาพระราชหฤทัยใส่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีต่อราษฎรให้สามารถนำแนวทางไปดัดแปลงใช้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผืนดินของตนเอง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินจากราษฎรบริเวณใกล้อ่างเก็บน้ำหนองเสือ บ้านหนองคอไก่ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ประมาณ 250 ไร่ ซึ่งผืนดินบริเวณนี้แห้งแล้ง ประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ มีพระราชดำริให้ใช้พื้นที่ทั้งหมดจัดทำเป็นโครงการตัวอย่างแบบบูรณาการด้านการเกษตรและปศุสัตว์ ภายใต้ชื่อ “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” โดยสร้างถนน อ่างเก็บน้ำ อาคาร ติดตั้งระบบไฟฟ้า พัฒนาปรับปรุงและปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นแปลงปลูกพืชผัก ผลไม้ และสัตว์เลี้ยง ขณะเดียวกันก็พยายามเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยคาดหวังว่าอนาคตที่นี่จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรที่สมบูรณ์แบบสำหรับประชาชนทั่วไป

โครงการชั่งหัวมัน 
1 ม.5 บ้านหนองคอไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 76130
โทร : 0 3247 2701-2 , 0 3265 3868
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-16.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

 

4. ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน

จากสภาพพื้นที่เดิมในบริเวณนี้ที่เนื้อดินเป็นทราย ขาดความอุดมสมบูรณ์ มีการชะล้างพังทลายของดินสูง  ดินรองรับน้ำได้น้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) มีแนวพระราชดำริกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแหล่งรวบรวม ศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ทางการเกษตรให้เป็นศูนย์ด้านเกษตรกรรมที่สมบูรณ์แบบด้วยวิธีการเกษตรแผนใหม่ ทั้งการพัฒนาแหล่งน้ำ ฟื้นฟูสภาพป่า การพัฒนาที่ดิน การวางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสพึ่งพาตนเองได้ อีกทั้งยังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตและเป็นศูนย์รวมการพัฒนาแบบเบ็ดเสร็จ ถือเป็นต้นแบบแนวทางและตัวอย่างการพัฒนาให้แก่พื้นที่อื่นได้อย่างยั่งยืน

ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อน 
7 ม.2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม  จ.ฉะเชิงเทรา 24120
โทร : 0 3855 4982-3
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. 
เว็บไซต์ : www.khaohinsorn.com
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

 

5. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่ 9 ) มีพระราชดำริแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เมื่อ พ.ศ. 2524 ความว่า "...ให้พิจารณาพื้นที่เหมาะสม  จัดทำโครงการพัฒนาอาชีพการประมง และการเกษตรในเขตที่ดินชายฝั่งทะเลจันทบุรี...."

 

ต่อมาจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสม กำหนดบริเวณตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ ให้เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนขึ้น เพื่อดำเนินการศึกษา สาธิต และพัฒนาที่ดินชายฝั่งทะเลอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยการวางแผนพัฒนาจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและยั่งยืนอย่างมีระบบ ตั้งแต่การศึกษาทดลอง วิจัยทดสอบ สาธิต ขยายผล และการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสู่ประชาชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์กลางในการอบรมเผยแพร่ผลการศึกษา การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง พัฒนาด้านการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิต ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมอื่นๆ แบบบูรณาการควบคู่ไปด้วย พร้อมทั้งอนุรักษ์ฟื้นฟูและจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ ส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับศักยภาพเชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน เป็นการท่องเที่ยวเชิงพัฒนาที่นอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถนำไปปฏิบัติตามได้ ทำให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในปี 2543 และรางวัลดีเด่นในปี 2545 ประเภทองค์กรส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว ในการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน

ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22120

โทร : 039 433 216 - 3

เปิดทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น.

ฤดูการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

 

6. สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

เป็นที่ทราบกันดีว่า อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีความสมบูรณ์ของขุนเขาและป่าไม้ ทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ สถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงอีกแห่งหนึ่งที่ดำเนินงานวิจัยด้านไม้คัดดอก ไม้ประดับ พืชผัก ผลไม้ และงานประมงบนพื้นที่สูง รวมทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยที่จะนำไปสู่การส่งเสริมอาชีพเพื่อให้เกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอและเผ่าม้งมีรายได้ พร้อมกับการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานด้านสังคมและการอนุรักษ์ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร โดยมุ่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ชุมชนบนพื้นที่สูง รักษาสภาพแวดล้อม และเป็นแหล่งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาชีวิตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ทางสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ยังมุ่งเน้นพัฒนาด้าน ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตรทั้งพืชผักอินทรีย์  ไม้ผลขนาดเล็ก ไม้ผลเขตหนาว ไม้ผลเขตร้อน กาแฟ พืชไร่ และดอกไม้แห้ง  ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพนอกภาคการเกษตร ได้แก่ การพัฒนาด้านความเข้มแข็งและคุณภาพขององค์กร ชุมชน ตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9)  รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของชุมชนด้านการท่องเที่ยวด้วย

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
202 ม.7 หมู่บ้านขุนกลาง ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
โทร : 0 5328 6771-2 ต่อ 14-15, 08 0769 1944 
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ 

 

7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

เป็นอีกหนึ่งโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ที่ทำการวิจัย ทดสอบ ค้นหาสายพันธุ์ของพืชที่สามารถต้านทานโรค เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่และฤดูกาล ให้ผลิตผลที่ดีมีคุณภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดแนะนำ ส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกรชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอหรือเผ่ากะเหรี่ยงให้มีรายได้เลี้ยงชีพแบบพออยู่พอกิน ด้วยการปลูกพืชผัก ผลไม้ เลี้ยงสัตว์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม การศึกษา สาธารณสุข ความเข้มแข็งของชุมชน และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่าให้คงอยู่ตลอดไป

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ 
ม.7 ต.บ้านจันทร์  อ.กัลยาณิวัฒนา  จ.เชียงใหม่ 58130
โทร : 0 5331 8325 , 08 4365 5405
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี 

 

8. โรงเรียนกาสรกสิวิทย์

จากที่ดินกว่าร้อยไร่ในเขตอำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ที่ นายสมจิตต์ และนางมณี อิ่มเอย น้อมเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เป็นศูนย์กลางการใช้ประโยชน์จากกระบือในด้านเกษตรกรรมระดับพื้นบ้าน และเป็นสถานที่สำหรับฝึกกระบือให้สามารถไถนาและทำงานด้านการเกษตรกรรมร่วมกับชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
999 ต.ศาลาลำดวน อ.เมืองฯ จ.สระแก้ว 27000 
โทร : 0 3724 4657
เว็บไซต์ : www.kasorn.com
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี 

 

9. โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง

ลุ่มน้ำปากพนังในอดีตเคยอุดมสมบูรณ์ เปรียบเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เมื่อกาลเวลา ผ่านไป กลับประสบปัญหาหลายประการ ด้วยสาเหตุจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น สภาพดินมีปัญหา นิเวศแหล่งน้ำขาดสมดุล เกิดปัญหาอุทกภัย น้ำเค็มรุกเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง ทำให้ชาวบ้านใช้น้ำในการอุปโภค บริโภคไม่ได้ ปัญหาของดินเปรี้ยวรวมทั้งน้ำเน่าเสียจากพื้นที่ทำนากุ้ง ไหลลงสู่ลำน้ำต่างๆ จนไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเพาะปลูกได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ขึ้นเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์เพื่อให้กลับคืนสู่พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่และยั่งยืน มีการน้ำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำมาใช้  มีการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้นเป็นการสร้างรายได้ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินให้แก่เกษตรกรได้มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทรัพยากรที่ดินอย่างจริงจังและ ต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตข้าวและการเกษตรในพื้นที่โครงการฯ ให้เป็นแหล่งผลิต พันธุ์พืชที่เคยเป็นมาในอดีตให้กลับคืนมาสู่ประชาชนลุ่มน้ำปากพนังเพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนต่อไป

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำาปากพนัง 
ม.5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 80140
โทร : 0 7541 6127-8 
เปิดทำการ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี 

 

10. โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มากมายด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด กับภูมิทัศน์รอบด้านที่สวยงามด้วยธรรมชาติของสายน้ำต้นไม้ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หรือโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแกนดินเหนียว ขนาดยาวที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในโครงการตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่ 9) ที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยกักเก็บน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ในจังหวัดเลย เพื่อป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง เป็นประโยชน์ต่อการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรี สระบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มีความยาว 4,860 เมตร สูงราว 36.50 เมตร 

โครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
บ้านหนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี 15140
โทร : 0 3649 4243
เปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00-18.00 น. 
ฤดูกาลท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี